Home > Value investment > กับดักของ financial ratio : บทเรียนจากหุ้นโรงไฟฟ้า

กับดักของ financial ratio : บทเรียนจากหุ้นโรงไฟฟ้า

VI มือใหม่จำนวนมากมักจะคัดเลือกและตัดสินใจลงทุนกับกิจการใดกิจการหนึ่ง โดยอาศัยการดูอัตราส่วนทางการเงินเป็นหลัก โดยพวกเขาอาจจะคิดว่าหุ้นที่มี PE ต่ำๆ PB ไม่ถึงหนึ่ง Dividend yield มากกว่า 5% เป็นหุ้นที่มี”ราคา”ต่ำกว่า”มูลค่า” และนี่คือหุ้น”แวลู”ที่สมควรลงทุน

การพิจารณาสกรีนหากิจการที่น่าสนใจโดยการอาศัย financial ratio เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีวิธีหนึ่ง, แต่อย่างไรก็ดี การใช้ financial ratio นั้น เหมาะสมเพียงเพื่อจะเป็นการสกรีนหาหุ้นให้เราสนใจเอาไปศึกษาในเชิงคุณภาพต่อ การใช้ financial ratio เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจที่จะซื้อหุ้น เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมาก เพราะอัตราส่วนทางการเงินเหล่านี้ เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่ได้บอกว่าเราเลยว่า หลังจากที่เราเข้าซื้อกิจการไปแล้ว บริษัทจะกำไรมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร เราอาจจะซื้อหุ้นที่มี PE, PB ต่ำๆ แต่เราไม่ทันศึกษาว่าหลังจากนั้นผลประกอบการณ์ของบริษัทจะตกต่ำลงเรื่อยๆ และทำให้ราคาหุ้นตกต่ำลงตาม จนเราขาดทุนได้มาก

ผมจะลองยกตัวอย่างหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามาเปรียบเทียบให้เป็นกรณีศึกษา

ถ้าเราลองมาดูอัตราส่วนทางการเงินของหุ้นโรงไฟฟ้าสามโรงในตลาด ( ใช้ข้อมูล ณ 20 / 6 / 54 )

EGCO PE 7.88 PB 0.84 Div 5.9%
GLOW PE 14.56 PB 2.1 Div 3.9%
RATCH PE 12.35 PB 1.31 Div 5.3%

ถ้าเราใช้แต่อัตราส่วนทางการเงินเหล่านี้ในการพิจารณาซื้อขายหุ้น เราก็จะบอกว่า EGCO เป็นหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด เพราะ PE ต่ำ Div สูงเกือบ 6% และราคายังอยู่ต่ำกว่า book value ในขณะที่ GLOW นั้นเป็นหุ้นที่ไม่น่าลงทุนเอาเสียเลย

แต่ก็อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่แรกว่า อัตราส่วนทางการเงินเป็นเรื่องของความสามารถในการทำกำไรในอดีต แต่ผลประกอบการในอนาคตต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดราคาของหุ้น

ถ้าเราดูแต่ Financial ratio แล้วตัดสินใจซื้อ EGCO, สิ่งที่จะตามมาก็คือเรากำลังจะเผชิญกับการลดลงของผลกำไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเนื่องจากโรงไฟฟ้าที่เป็นรายได้หลักเกินกว่าครึ่งของบริษัทอันได้แก่ โรงไฟฟ้าระยอง ( 1,232 MW ) จะหมดสัญญาในปี 2558 และโรงไฟฟ้าขนอม ( 800 MW ) จะหมดสัญญาในปี 2559

ซึ่งถ้าทาง EGAT ( การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ) ไม่ต่อสัญญาให้กับทาง EGCO ก็เป็นที่แน่นอนว่า ผลกำไรของ EGCO จะหายไปเกินกว่าครึ่ง และราคาที่เราเห็นจากอัตราส่วนทางการเงินว่า”ถูก”ในวันนี้ หลังจากปี 58 เป็นต้นไปอาจจะกลายเป็น”แพงมาก” และทำให้ราคาปรับลดลงอย่างรุนแรง

หรือแม้แต่ถ้า EGAT ต่อสัญญาให้ แน่นอนว่า ค่าไฟที่ EGAT จะจ่ายให้กับ EGCO ก็ต้องต่ำลงกว่าในปัจจุบัน ทำให้ผลกำไรของ EGCO ต้องลดต่ำลงอยู่ดี ( ร่วมกับ EGCO จะยังไม่มีกำลังการผลิตใหม่เข้ามานอกจาก SPP ขนาดเล็ก ( 375 MW ) ในปี 58 )

ตรงกันข้ามกับ GLOW ที่ในช่วงอีกปีสองปีต่อจากนี้จะมีกำลังการผลิตเข้ามาใหม่ถึง 1176 MW ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มถึง 63% ของกำลังการผลิตเดิม ซึ่งถ้าคิดแบบง่ายๆเลยว่า กำลังการผลิตเพิ่ม 63% ผลกำไรก็น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยๆ 63% แต่ถ้าคำนวณแบบละเอียดจริงๆ จะพบว่า ผลกำไรของ GLOW จะเพิ่มมากกว่านั้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าใหม่ที่เข้ามา สามารถผลิตไฟได้มีประสิทธิภาพมากกว่าและใช้ต้นทุนเชื้อเพลิงน้อยกว่าโรงเก่า รวมทั้งลักษณะสัญญาขายไฟที่ช่วงแรกจะขายได้ราคาต่อหน่วยมากกว่าช่วงท้ายของสัญญา

ในปี 2013 -2014 เมื่อโรงไฟฟ้าใหม่เดินเครื่องเต็มที่แล้ว, GLOW น่าจะมีกำไรแตะถึงหลักหมื่นล้าน ( คิด EPS ประมาณ 7 บาท ) ซึ่งทำให้ PE ในตอนนั้นลดลงเหลือไม่ถึง 7 เปรียบเทียบกับ PE 14.5 ที่ดูเหมือนว่าจะ”แพง”จนไม่น่า”ลงทุน”ในเวลานี้

สำหรับ RATCH นั้น ถูกเทรดที่อัตราส่วนทางการเงินที่อยู่ระหว่าง GLOW กับ EGCO ซึ่งก็สมเหตุสมผล ที่ RATCH จะถูกเทรดอยู่ตรงกลางระหว่างอีกสองเจ้า เพราะ RATCH ไม่ได้มีโปรเจคในมือที่จะเพิ่มผลกำไรในอนาคตชนิดที่ชัดเจนแบบ GLOW ( RATCH มีการลงทุนใหม่ๆ แต่ก็ยังเป็นที่น่าสงสัยว่าผลตอบแทนจะคุ้มค่ากับต้นทุนทางการเงินหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหุ้นของ EDL GEN หรือการซื้อกองทุนสาธารณูปโภคที่ออสเตรเลีย ) แต่โรงไฟฟ้าหลักของ RATCH ก็ไม่ได้ใกล้จะหมดอายุสัมปทานแบบ EGCO ( อย่างน้อยผถห.ก็สบายใจได้ว่า แม้การลงทุนใหม่ๆจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า อย่างน้อยผลกำไรจากโรงเก่า ก็จะไม่น้อยลงไปกว่าเดิม )

Advertisements
  1. aonanfield
    June 21, 2011 at 4:02 am

    ขอบคุณบทความนี้ของคุณหมอแป๊ะนะครับ กำลังหามองหาและศึกษาหุ้นแนว defensive ที่รายได้ค่อนข้างแน่นอน สำหรับตลาดในช่วงนี้อยู่พอดี

    ปล. สุขภาพแข็งแรงและขอให้มีความสุขมากๆในช่วงที่ไปศึกษาต่อนะครับ

    • June 21, 2011 at 4:16 am

      ความเห็นส่วนตัว หุ้น defensive ถ้าไม่มีการเติบโตของผลประกอบการ ถือไปก็เท่านั้นครับ อย่างมากก็ได้แค่ปันผล 6 -7% ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงกับ capital loss ( ถ้าเราจะถือผ่านตลาดที่เป็นหมี )

      ถ้าเป็นผม ผมจะมองหาหุ้น defensive ที่มีการเติบโตของกำไรด้วย เพราะเราจะได้ทั้งปันผล และ capital gain ที่คุ้มค่า

  2. oyoyo
    June 21, 2011 at 4:26 am

    อธิบายได้เห็นภาพชัดเจนเลยครับพี่

    หุ้น defnsive ที่มี growth เหมาะกับสภาพตลาดช่วงนี้จริงๆ

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับพี่

  3. earthcu
    June 21, 2011 at 2:09 pm

    ขอบคุณ P’หมอ Reiter มากๆครับสำหรับบทความดีๆหลายๆอัน ผมมาขอแอบอ่านอยู่เรื่อยๆครับ จะขอนำไปความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับความรู้อื่นๆในด้านการลงทุนครับ

    ขอบคุณครับ

  4. August 19, 2011 at 5:49 am

    สวัสดีครับคุณหมอ Reiter ผมกำลังศึกษากลุ่มโรงไฟฟ้าอยู่
    ผมสงสัยที่ว่าทำไมถ้า EGAT ต่อสัญญาให้ทาง EGCO โรงไฟฟ้าระยองแล้วทำไมถึงได้กำไรลดลงล่ะครับ มีเหตุผลอะไร
    อีกอย่างคือ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจการทำสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตกับโรงไฟฟ้าเอกชนเท่าไรครับ คือในช่วงแรกจะซื้อแพงแล้วหลังๆซื้อถูกหรอครับ และเป็นอย่างนี้ทุกบริษัทหรือเปล่าครับ

    • August 19, 2011 at 1:55 pm

      1.โรงไฟฟ้าที่ขนอมเมื่อหมดอายุสัมปทานไปแล้ว ก็กลายเป็นแค่เศษเหล็ก ถ้า EGAT ไม่ต่อสัมปทานให้ ดังนั้นถ้าจะเซ็นสัญญากันใหม่อำนาจต่อรองในราคาซื้อขายไฟของ EGAT จะสูงกว่า EGCO มากครับ ( EGCO จะเอาน้อยหรือไม่ได้เลย เลือกเอา )

      2. ช่วงแรกของการ run โรงไฟฟ้า บริษัทจะมีภาระการจ่ายดอกเบี้ย ( จากเงินต้นที่ใช้สร้างโรงไฟฟ้า ) มากครับ EGAT เลยต้องจ่ายค่าไฟสูงๆ เพือให้บริษัทมีกระแสเงินสดพอเพียงที่จะชำระหนี้

  5. August 23, 2011 at 11:00 am

    เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

  6. February 28, 2012 at 4:14 am

    เป็นบทความที่เยี่ยมครับ ชอบมาก

    นึกถึงประโยคนี้ “อย่าขับรถด้วยการมองกระจกมองหลัง”

  7. phatchamon
    May 22, 2012 at 6:59 am

    ขอบคุณค่ะ รักษาสุขภาพนะคะอ่านตลอดค่ะ

  8. tor
    February 16, 2013 at 7:04 am

    1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถือหุ้นอยู่ 25 เปอร์เซ็นต์นะครับ

  9. Too
    October 16, 2013 at 10:24 am

    สงสัยว่าทำไม EGAT ถึงจะไม่ต่อสัญญากับ EGCO เพราะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทนี้อยู่ ในทางตรงกันข้ามที่บอกว่า Glow จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 63% แต่ถ้าผลิตเพิ่มได้แต่ไม่มีใครซื้อ จะทำกำไรเพิ่มขึ้นยังไงค่ะ? เพราะเข้าไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นของ Glow แล้ว ไม่มีชื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอยู่ในบัญชีรายชื่อถือหุ้นอันดับไหนเลย

    • October 20, 2013 at 11:50 pm

      1. EGAT จะไม่ต่อสัญญาก็เพราะโรงไฟฟ้าระยองมันเก่ามากครับ ต้นทุนในการดำเนินการสูง ค่าซ่อมบำรุงสูง สู้เอาเงินไปลงทุนสร้างโรงใหม่จะคุ้มค่ากว่า

      2. GLOW ขายไฟให้โรงงานอุตสาหกรรมโดยตรงครับ ไม่ได้ขายให้บ้านเรือนทั่วไป (ซึ่งต้องขายผ่านอีแกท)

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: