Home > Value investment > Miss a few days, return plummets

Miss a few days, return plummets

ผมเคยอ่านงานวิจัยชิ้นหนึ่งของวารสาร The street เรื่อง questioning the Buy-and-Hold Strategy เนื้อหาในบทความสรุปสั้นๆก็คือว่า ผู้วิจัยได้เก็บสถิติของการลงทุนในดัชนี S&P 500 ในช่วงปี 90 ไว้ แล้วได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่า ถึงแม้ตลาดหุ้นจะเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเทียบกับการลงทุนอื่นๆ แต่ถ้าผู้ลงทุนไม่มีจิตใจเข้มแข็งพอ พยายามคาดเดาการขึ้นลงของดัชนีด้วยการซื้อๆขายๆ แล้วบังเอิญโชคร้าย ไม่ได้ถือหุ้น ( ในที่นี้คือถือดัชนี S&P 500 ) ในวันที่ตลาดบวกมากที่สุดเพียงแค่ 10 วัน ( ในรอบ 1 ปี ) ผลตอบแทนจะหายไปถึง 40% และถ้าโชคร้ายกว่านั้น ไม่ได้ถือหุ้น ในวันที่ตลาดบวกมากที่สุด 20 วัน ผลตอบแทนจะหายไปมากถึง 55 %

อย่างไรก็ดี ถ้าหันกลับมามองที่ตลาดบ้านเรา งานวิจัยชิ้นนี้อาจจะนำมาประยุกต์ใช้ไม่ได้มาก เนื่องจากตลาดบ้านเราไม่ได้มีแนวโน้มใหญ่เป็นขาขึ้นตลอดเวลาดังเช่นตลาด นิวยอร์ค ( ด้วยสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่แตกต่างกัน ) นลท.ที่ buy and hold ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ป่านนี้ก็ยังน่าจะขาดทุนอยู่

แต่ ผมมองว่างานวิจัยชิ้นนี้ น่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนแนวเน้นคุณค่าได้ดีพอสมควร กล่าวคือ ถ้าเราลงทุนในหุ้นที่เรามองเห็นแล้วว่าพื้นฐานดี มีการเติบโตต่อเนื่อง และราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งหุ้นทำนองนี้ใน long term แล้ว ย่อมมีแนวโน้มใหญ่เป็นขาขึ้น ( ตามผลประกอบการณ์ที่ดี ) ซึ่งสอดคล้องกับ background ของงานวิจัย

สมมติว่าเราลงทุนในหุ้น AAA ซึ่งพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการเติบโตสม่ำเสมอ ที่ราคา 5 บาท และเรามองว่ามูลค่าที่แท้จริงของหุ้น AAA อยู่ที่ 10 บาท….. แน่นอนว่าเราคงไม่ไปสามารถกะเกณฑ์ได้ว่าตลาดจะปรับราคาให้กับหุ้นของเราวัน ไหน…. ถามว่ากลยุทธ์ในการถือหุ้นตัวนี้ของเราควรจะเป็นอย่างไร

ด้วย ข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นนี้ ผมมองว่ากลยุทธ์ BUY and HOLD น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะถ้าหากเราพยายามคาดเดาตลาด ด้วยการพยายามสับเข้าสับออก แล้วเราบังเอิญโชคร้าย พลาดวันที่ดีที่สุดของหุ้นตัวนี้ไปเพียง 10 วันแทนที่เราจะได้ก้ผลตอบแทน 100% จากหุ้นตัวนี้ ผลตอบแทนเราจะเหลือเพียงแค่ 60% แทน

หลาย ท่านอาจจะมองกลับกันว่า แล้วถ้าเราหลีกเลี่ยงวันที่เลวร้ายที่สุด 10 วันไปได้ ผลตอบแทนเราจะไม่ขึ้นเป็น 200% หรือ คำตอบก็คืออาจจะเป็นไปได้ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือว่า การพยายามคาดเดาตลาดอาจทำให้ผลตอบแทนของเราลดลงได้มาก ทั้งที่เราอาจจะวิเคราะห์ตัวกิจการและมูลค่าที่แท้จริงมาอย่างดีเยี่ยมแล้ว… ดังนั้นการพยายามไม่คาดเดาตลาดจะเป็นการการันตีผลตอบแทนที่ดีของเรา สมกับที่เราสู้อุตส่าห์ลงทุนลงแรงวิเคราะห์กิจการนั้นๆ มาอย่างละเอียด

 

Advertisements
  1. newbie_12
    January 27, 2011 at 4:26 pm

    เห็นด้วยอย่างมาก

    หากพยายามไปคาดเดาตลาด โดย”คิดไปเองว่า” ดัชนีสูงมากแล้ว มันจะต้องลงอย่างหนัก ตามด้วยการ “ล้าง port”

    หากหุ้นไม่ลงจริง จะพลาดโอกาสที่ดีในการลงทุนไปเยอะ

    Buy and Hold เท่านั้น !!!

  2. nut776
    May 1, 2011 at 6:53 pm

    ตรงนี้แหละคับ ที่แนวคิดเรื่องหุ้น growth เข้ามามีแก้ปัญหา แต่ต้องเป็น growth จริงนะ ซึ่งแล้วแต่ criteria กับประสพการณ์การมอง
    เพราะ จากการที่ คุณสุมาีอี้ แทรค แบคไป ถ้าถือห็นเติบโต ตอน index 1200 แล้วมาขายตอน ก่อนซับไพร์มเล็กน้อยที่ดัชนี ยังอยู่ที่ 400 กว่า จะพบว่า หุ้นgrowth ก็ยังได้ผลตอบแทนที่ดี แม้ว่าเราจะ buy and hold ในช่วงที่ timing ไม่เหมาะสม (คือ ลดปัญหาเรื่อง market timing skill ลงไป) เช่น
    pttep ราคาวิ่งไป 3 เท่า
    bigc 4 เท่า
    se-ed 4 เท่า
    แต่สุดท้าย ทุกวิธีก็มีข้อดี และ จุดอ่อนของมันแหละคับ
    เล่าให้ฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคับ

  3. nut776
    May 1, 2011 at 6:57 pm

    อ้อ ส่วนนึง คือ หุ้นgrowth ราคามันเป็น sentiment มากด้วยมั้งคับ
    แล้วก็คุณสุมาอี้ บอกว่า มันยากที่ตลาดจะให้ pe ที่เหมาะสม ความผันผวนมันก็เลยสูงตามไปด้วย
    (คงเป็นข้อด้อยของมัน)

    แต่ถ้า model biz ยังดีอยู่ upside ก็อยูที่ อนันต์ อยู่ดี สามารถถือต่อได้ (อันนี้ผมคิดต่อเอง ว่ามันถือยาวสบายใจดี
    และใน finally มันก็ยังมีโอกาส เป็น cash cow ได้อยู่ คือธุรกิจอาจจะไม่โตมาก แต่ปันผลก็วิ่งมาสูงมาก จนคุ้มที่จะถือต่อ เพราะเราถือมานานมากได้)

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: